แบบอย่างชุมชนพึ่งพาตนเอง ชาวตะบิ้งร่วมใจปิดร้านอาหารเพื่อช่วยงานการกุศลเดือนละครั้ง

1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่มัสยิดนูรุลมุตตากีน ม.1 บ้านตะบิ้ง ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มีชาวบ้านมาร่วมกันขายอาหารระดมทุนเข้าส่วนกลางของมัสยิด เพื่อนำไปสร้างห้องน้ำ ที่อาบน้ำละหมาด และส่วนอื่นๆ ของมัสยิดต่อไป โดยกิจกรรมดังกล่าวนี้จะจัดขึ้นทุกวันศุกร์แรกของเดือน ซึ่งชาวบ้านจะหยุดขายอาหารประจำร้านของตัวเองแล้วมาร่วมกันขายอาหารที่บริเวณของมัสยิด มีชาวบ้านในพื้นที่และพื้นที่อื่นๆ มาร่วมกันอุดหนุน ส่วนรายได้ทั้งหมดมอบให้แก่ส่วนกลางของมัสยิด สำหรับไฮไลต์ในวันนี้คือมีคาราวานจักรยานเพื่อนทนายกอฮาปั่นมาร่วมอุดหนุนในงานด้วย

  

นายหะมะ ซาเหาะ หรือครูพา ข้าราชการครูเกษียณ ผู้กำกับดูแลภาพรวมของงาน กล่าวว่า งานดังกล่าวนี้จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 7 หรือ เดือนที่ 7 แล้ว โดยแต่ละเดือนจะได้กำไรประมาณ 20,000-30,000 บาท และคิดว่าจะจัดไปอีกเรื่อยๆ ทุกวันศุกร์แรกของเดือน เพราะจะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากพอสมควรในการซ่อมแซมและต่อเติมมัสยิด เพื่อให้พี่น้องในชุมชนและพี่น้องที่สัญจรผ่านไปมาได้มาร่วมกันประกอบศาสนกิจได้อย่างสะดวกสบาย

ครูพา กล่าวอีกว่า งานส่วนใหญ่สุภาพสตรีจะมีบทบาทอย่างมาก ตั้งแต่เตรียมของก่อนวันงาน ในวันงานเองก็มีสุภาพสตรีบางส่วนมาเตรียมของตั้งแต่ตีสาม เพื่อให้พร้อมสำหรับขายอาหารในช่วงหลังละหมาดซุบฮีประมาณตีห้าครึ่งกว่าๆ และมีบทบาทสำคัญในการขายอาหารหลากหลายประเภท ส่วนสุภาพบุรุษก็ทำหน้าที่เตรียมสถานที่ โต๊ะ เก้าอี้ และอำนวยความสะดวกอื่นๆ เป็นต้น

“โดยอาหารจะมีขายตลอดทั้งวัน ช่วงเช้าจะเป็นอาหารประเภท ข้าวยำ ข้าวต้ม โรตี ข้าวเหนียว เป็นต้น ส่วนอาหารเที่ยงและอาหารเย็นก็จะมีอาหารอีกแบบตามความเหมาะสม จึงขอเชิญชวนท่านที่ผ่านไปผ่านมาร่วมกันแวะอุดหนุน เพราะถึงอย่างไรท่านก็ต้องทานอาหารเป็นปรกติอยู่แล้ว มันจะเป็นการดีกว่าหากท่านได้ทานอาหารไปพร้อมกับได้ผลบุญเพิ่มขึ้นอีกด้วย” ครูพากล่าว

  

นายหะมะ ซาเหาะ                                          นายเจษฎา แวอีซอ

 

นายเจษฎา แวอีซอ กำนันตำบลตะบิ้ง กล่าวว่า งานนี้และงานทุกๆ ศุกร์แรกของเดือนที่ผ่านนี้และในอนาคต ถือเป็นปรากฏการณ์ของการสร้างความสามัคคีในชุมชน เป็นงานที่สร้างสรรค์และแฝงไปด้วยความรัก นอกจากนั้นยังถือเป็นการหลอมรวมผู้คนในชุมชนให้มาร่วมกันสร้างความดีโดยมีความศรัทธาเป็นเครื่องมือในการรวมผู้คน

“สิ่งที่น่าสนใจก็คือหากคนในชุมชนมีความขัดแย้งกัน ไม่สามารถที่จะจัดงานในลักษณะดังกล่าวนี้ได้เลย ดังนั้นการที่ชุมชนจะสามารถจัดการตนเองหรือพึ่งตนเองได้จะต้องเริ่มจากความสามัคคีของผู้คนในชุมชนก่อน โดยบ้านตะบิ้งถือเป็นตัวอย่างของชุมชนที่มีความสามัคคีจนสามารถจัดงานการกุศลได้อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและหวังว่าหมู่บ้านอื่นๆ จะนำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนาชุมชนของตัวเองต่อไป” กำนันตำบลตะบิ้ง กล่าว

    

นายวีรยุท ทรงวีระ นักกิจกรรมทางสังคมจากกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่กำนันพามาเที่ยวในงานนี้ มีความรู้สึกว่าเหมือนตัวเองได้ย้อนยุคกลับไปยังช่วงอดีตของกรุงเทพฯ เหมือนได้กลับบ้านในสมัยที่ยังเป็นเด็ก และอยากให้ภาพในลักษณะนี้ยังคงอยู่ตลอดไป อย่าให้เป็นเหมือนในเมืองที่ภาพเหล่านี้ได้หายไปเกือบจะหมดแล้ว สิ่งที่อยากเห็นเพิ่มเติมก็คือ อยากเห็นภาพของเพื่อนต่างศาสนิกได้มาร่วมในงานลักษณะดังกล่าวนี้ด้วย คงจะเป็นภาพที่สวยงามไม่ใช่น้อย

นายอาดาหนาน ยีอ่า ประธานชมรมจักรยาน CKY กล่าวว่า วันนี้ชมรมของเราถือโอกาสปั่นจักรยานมาทานอาหารเช้าที่งานนี้ เพราะได้ยินว่ามีการจัดงานการกุศลทุกวันศุกร์แรกของเดือนที่นี่มานานแล้ว เพราะอยู่ในหมู่บ้านที่ใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่มีโอกาสได้มาร่วมอุดหนุน วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ทนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ชวนพวกเรามาร่วมกันทำบุญ พวกเราจึงมากันในนาม “เพื่อนทนายกอฮา” สิ่งที่พวกเราชื่นชมงานนี้ก็คือ สามารถจัดงานได้อย่างเนื่องทุกๆ เดือน ถือเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและควรนำไปเป็นแบบอย่างต่อไป