5 ชุมชนร่วมสะท้อนความสำคัญของการอบรมสื่อสร้างสรรค์ พร้อมได้ตระหนักรู้เท่าทันสื่อ

  

เมื่อวันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา เครือข่ายสื่อชุมชนชายแดนใต้ ร่วมกับสาขาวิชานิเทศศาสตร์คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรมรณรงค์รู้เท่าทันสื่อ เปิดเวทีเสวนาและนิทรรศการผลงานสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ภายใต้โครงการ “รู้เท่าทันเพื่อสร้างสรรค์สื่อปลอดภัยกับชุมชนชายแดนใต้” ณ คณะวิทยาการสื่อสาร และอาคาร 58 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี

การจัดเวทีครั้งนี้มีขึ้นหลังจากการจัดกิจกรรมอบรมโครงการรู้เท่าทันสื่อปลอดภัยกับชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แล้ว ตัวแทนจากชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร รู้เท่าทันสื่อเพื่อสร้างสรรค์สื่อปลอดภัยกับชุมชนชายแดนใต้จึงได้มีการรวมตัวกันอีกครั้ง

ในครั้งนี้นางสาวอัสรา รัฐการัณย์ หัวหน้าโครงการได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ว่าการทำกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อชุมชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับรู้เท่าทันสื่อ และเพื่อให้ชุมชนตระหนักในการใช้สื่อ อย่างสร้างสรรค์ และได้เผยแพร่มุมมองของคนในชุมชนต่อสาธารณะ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างเยาวชน กลุ่มสตรีรวมไปถึงในระดับนักวิชาการกับผู้ผลิตสื่ออิสระด้วย

โดยกิจกรรมเวทีเสวนามีด้วยกันสามช่วง ช่วงแรกนั้นเวทีเสวนาเรื่อง “พลังจากการเรียนรู้สู่ชุมชนชายแดนใต้ในมุมมองของผู้หญิง” โดยผู้แทนผู้หญิงจาก 5 ชุมชนชายแดนใต้ ที่ผ่านการอบรม ได้แก่ นางสาวอาซียะห์ บาราเฮ็ง ชุมชนจะรัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี นางรัตนา บินยูโซ๊ะ ชุมชนบางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส นางอามีเนาะ มะเระ ชุมชนยูโย อ.เมือง จ.ปัตตานี นางสุมาลี ยีหวัน ชุมชนลุโบะยีไร อ.มายอ จ.ปัตตานี และนางนิราหานี มะเย ชุมชนแหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

นางสาวอาซียะห์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่กิจกรรมนี้ได้เกิดขึ้นนำไปสู่ชุมชนในระดับกลุ่มผู้หญิงสตรีหรือกลุ่มแม่บ้านและที่สำคัญไปกว่านั้นกลุ่มแม่บ้านเองก็ได้รู้วิธีการรับมือกับกลุ่มเด็กเยาวชน ที่ติดโซเชียลมีเดียได้ปรับความเข้าใจกัน และเรียนรู้ไปพร้อมๆกันผ่านการทำกิจกรรม

ด้านนางรัตนาได้กล่าวในมุมมองของการเลี้ยงบุตรหลานในช่วงปิดเทอมการรับข่าวสารข่าวอุทาหรณ์ในการทิ้งเด็กในรถการเลี้ยงเด็กอย่างไรให้ปลอดภัยการใช้สื่อในการเรียนการสอนอัลกุรอานให้กับเด็ก

นางอามีเนาะ บอกว่าตนเองได้ผ่านการฝึกอบรมกลุ่มแม่บ้านได้มี Facebook ส่วนตัว เป็นที่เรียบร้อย จากที่ไม่เคยเล่น facebook ก็ได้รู้จักมากขึ้น สิ่งนี้จะไปส่งเสริมให้ผู้ปกครองกับลูกหลานและมีสัมพันธ์ที่ดีใกล้ชิดมากขึ้น เมื่อได้เข้าใจการสื่อสารและรู้เท่าทันสื่อแล้วจะเห็นได้ว่า แม่ๆ จะมีปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวบรรดาแม่ๆ มีความรู้ในด้านการสื่อสารและเรียนรู้กับมัน ทำให้แม่รู้เท่าทันสื่อในการเลี้ยงลูกด้วยแม่จะรู้จะมีภูมิคุ้มกันในการใช้สื่อการสอนลูกลูกได้แม่แม่จะมี Facebook กันแล้วในการที่จะรู้เท่าทันบุตรหลานต่อไป

นางสุมาลี ได้กล่าวว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการสอนให้เรานั้นลดความใจร้อนและ เมื่อเจอกับปัญหา ทุกอย่างก็จะ หาทางแก้ไขอย่างมีสติถ้าเรารับรู้สื่อที่สร้างสรรค์มากกว่าเสื่อมเสีย เมื่อเรารู้เท่าทันสื่อแล้ว เราสามารถที่จะมี ชีวิตอยู่ได้ในสังคมแม้ว่าสังคมนั้นจะมีภาวะเปราะบางด้านการใช้สื่อก็ตามแต่เราเชื่อว่าความสำคัญที่สุดคือการรู้เท่าทันสื่อเพราะสื่อนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราเลือกที่จะเรียนรู้ข้อดีเพื่อการมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ส่วนข้อเสียเราก็เอามาเรียนรู้เพื่อที่เราจะไม่เอามันมาใช้ให้เกิดผลเสียต่อตัวเราและคนรอบข้าง โดยเฉพาะการสอนลูกหลาน ทำอย่างไรให้ลูกหลานเป็นคนดีเราก็สามารถที่จะ Search หาใน Google เพราะมันง่ายมาก แต่เราก็ต้องมีสติในการวิเคราะห์

นางนิราหานี ได้กล่าวว่าความรู้ที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆถ้าเราตระหนัก โดยเฉพาะเรื่องสื่อ เราเห็นเสื่อในโฆษณา มีรูปภาพ แต่จับต้องไม่ได้เราควรที่จะมีวิจารณญาณ มีสติคิดวิเคราะห์ ให้ได้ว่าสิ่งที่สื่อนั้น ต้องการอะไร เพราะถ้าเราตระหนักมันจะไปตอบโจทย์ว่า การรู้เท่าทันสื่อนั้น มันให้ความหมาย และสำคัญต่อตัวเราและคนรอบข้างมาก

ช่วงที่สอง เวทีเสวนา หัวข้อ “พลังจากการเรียนรู้สู่ชุมชนชายแดนใต้ในมุมมองของเยาวชน”โดยผู้แทนเยาวชนจาก 5 ชุมชนชายแดนใต้ ดำเนินการเสวนาโดย นาสะรอนี ดือเระ บรรณาธิการ dsj

นายยาซีร มะมิง เยาวชนจากชุมชนจะรัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ได้กล่าวว่า การสื่อสารเกี่ยวกับเด็กเยาวชนโดยมีแนวคิดว่าเด็กคือผ้าขาวที่บริสุทธิ์เราจะต้องเผยแพร่และดูแลเด็กเยาวชนผ่านการสื่อสารกับเด็กกำพร้าเด็กยากไร้และเด็กทั่วไปในชุมชนให้เด็กได้สื่อสารเรื่องราวชุมชนเรื่องราววัฒนธรรมในชุมชนเป็นการสื่อสารในแบบวีดีโอ โดยการรวมกลุ่มของเยาวชนการสื่อสารถ่ายทอดภาพเล่าเรื่อง สถานที่ต่างๆ

นายไซบาน สะมาแอ เยาวชนจาก ชุมชนบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส ได้กล่าวว่าการสื่อสารผ่านรายการวิทยุโดยเน้นการเผยแพร่เรื่องราวที่เด็กเยาวชน ได้รับรางวัลมาเผยแพร่ในรายการได้มาแลกเปลี่ยนเล่าประสบการณ์ต่างๆในรายการเป็นเน็ตไอดอลให้กับคนในพื้นที่เป็นแบบอย่างได้

นายมะรอมลี วาเต๊ะ ชุมชนลุโบะยีไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ได้กล่าวว่าการสื่อสารเกี่ยวกับการรณรงค์ลดขยะโดยเยาวชนคิดเยาวชนริเริ่มเยาวชนทำผลลัพธ์ก็จะไปตอบโจทย์กับชุมชนเรื่องการลดขยะเพราะพลังการสื่อสารนำไปสู่การพัฒนา การติดแฮชแท็กลุ้นรางวัล จากการติดแฮชแท็กด้วย แนวคิดสิ่งที่เห็นได้ชัดคือขยะที่เราทิ้ง 1-2 ชิ้น แต่ที่เจอในท้องปลาวาฬ 1-2 ตัน ทำให้เราจะต้องตระหนักและนึกคิด เมื่อเราได้สื่อสารออกไปนอกจากเราก็มีคนรอบข้างได้รู้อีกด้วย

นายนิอาซิส นิตยรักษ์ ชุมชนแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานีเยาวชน ได้กล่าวว่า การเข้าร่วมอบรมสื่อนำไปสู่การทำสื่อเองทำสื่อเข้าประกวดกับ อบต.ได้รางวัลชมเชยด้วย โดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวคือหัวใจหลัก ในการชักชวนผู้ที่สนใจได้มาท่องเที่ยวบ้านเรา