เสียงสะท้อนจากหนัง Gelora ดราม่าน้ำตาซึมกับบททดสอบและความศรัทธาเพื่อช่วยเด็กกำพร้า

 

  

จากสถานการณ์เด็กกำพร้าในปัจจุบันได้มีจำนวนมากขึ้นอันเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ แต่น้อยคนนักที่จะให้ความสนใจและเข้าใจถึงความลำบากและความไม่เท่าเทียมในการได้รับสิทธิ์ที่เหมือนกับคนอื่นๆ เด็กกำพร้าเหล่านี้ทำได้เพียงแค่รอความช่วยเหลือ

การที่มีเด็กกำพร้าจำนวนมาก และมีผลกระทบทางสังคมด้วยทำให้คนกลุ่มหนึ่งได้คิดสร้างหนังสั้นขึ้นมาเพื่อที่จะสื่อสารเรื่องราวของเด็กกำพร้าเหล่านี้ให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไป โดยใช้สื่อภาพยนตร์หรือหนังสั้นที่ชื่อว่า gelora  กลุ่มคนที่สร้างหนังเรื่องนี้จะไม่ฉายตามโรงหนังทั่วไปหรือลงเผยแพร่ในเว็บแต่จะเลือกฉายเฉพาะที่ โดยในจังหวัดนราธิวาสจะฉายที่โรงเรียนพิมานวิทย์นราธิวาส

หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเป็นแนวดราม่าสะท้อนสังคมของคนในปัจจุบันและเด็กกำพร้า โดยผู้กำกับหนัง นายมาหามะสาบรี เจ๊ะเลาะ ได้บอกถึงวัตถุประสงค์ในการทำหนังเรื่องนี้ว่า “เราได้สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักรู้เรื่องราวของเด็กกำพร้าในพื้นที่ ที่มีกลุ่มเป้าหมายทั้งคนในพื้นที่ คนนอกพื้นที่และคนต่างประเทศ"

จากฐานข้อมูลในปัจจุบัน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประชากรทั้งหมด 2 ล้านกว่าคน และมีจำนวนเด็กกำพร้ามากถึง 2 หมื่นกว่าคนนี่คือสถิติตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา โดยส่วนใหญ่จะกำพร้าเพราะเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และเชื่อได้ว่าจะไม่ค่อยมีใครหรือหน่วยงานใดนำผลสถิตินี้ไปเผยแพร่มากนัก มีบางองค์กรที่นำเสนอเรื่องราวและสถิติเหล่านี้บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจมากพอ เราจึงคิดจะสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะสามารถนำเสนอเรื่องราวของพวกเขาให้เข้าถึงได้ถึงทุกเพศทุกวัยและเข้าถึงประเด็นที่เราต้องการนำเสนอ

นายมูฮำหมัด ดือราแม นักเรียนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วยังได้กล่าวความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ว่า “เป็นหนังที่ดีมากครับ ดูแล้วน้ำตาซึม เพราะทุกวันนี้เด็กกำพร้าได้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน แต่บางครั้งเรากลับคิดว่าคงมีใครสักคนช่วยแล้ว บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องให้เงินจำนวนมากแก่เด็กกำพร้าเหล่านี้ แต่เราควรจะให้ตามความสามารถของเรา ดูหนังเรื่องนี้แล้วได้รู้ถึงความรู้สึกของแม่ที่ต้องห่างไกลจากลูกและบททดสอบความช่วยเหลือความศรัทธาของตัวละครในเรื่องนี้”