"วาบูแล เร็กเก้มลายู" วงดนตรีสะท้อนสังคม ความรุนแรงและสันติภาพผ่านบทเพลง

“เพราะความรุนแรงทำให้พวกผมประพันธ์เพลง” ประโยคที่ชวนคิดนี้เป็นของ “เฉลิมชัย โสวิรัตน์” หรือ แบลัง นำร้องนำ "วงดนตรีวาบูแล เร็กเก้มลายู" แห่งชายแดนใต้ที่น่าสนใจ ถึงขนาดมีนักศึกษาเข้าทำวิจัยว่า ดนตรีแก้ปัญหาความรุนแรงได้อย่างไร

นางสาวอารีนา ยะละมะ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สาขาภาษาไทยครุศาตรบัณฑิต ผู้ทำวิจัยเรื่อง "วงดนตรีวาบูแล เร็กเก้มลายู" บอกว่า การศึกษาเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า ยังมีคนที่ให้ความสำคัญกับการเล่นดนตรีที่สะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างสร้างสรรค์

“พวกเขาเล่าเรื่องราวที่สร้างสรรค์ผ่านบทเพลง เพื่อลบข่าวไม่ดีในพื้นที่ออกไป”

ปลุกจิตสำนึกให้คนรักษ์บ้านเกิด

นางสาวอารีนา อธิบายว่า วงดนตรีวาบูแลเป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่ถอดแบบความเป็นมลายูออกมา โดยการใช้ภาษาที่ผสมผสาน(หลายภาษา) และการแต่งกายที่มีสีสันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวง สไตล์เร็กเก้

ที่สำคัญเนื้อเพลงของวงวาบูแลสะท้อนถึงเรื่องราวในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และใช้ภาษาไทยผสมมลายูถิ่นในเนื้อเพลง ซึ่งสื่อให้เห็นว่า วงวาบูแลตระหนักและให้ความสำคัญในพื้นที่ปลุกจิตสำนึกให้คนในพื้นที่รักษ์บ้านเกิด

นางสาวอารีนา บอกว่า เธอได้ติดตามผลงานของวงวาบูแลในเว็บไซต์ยูทูป มีบทเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ฟังแล้วรู้สึกชอบ และเกิดความสนใจว่า ทำไมวงดนตรีนี้มีอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ จากนั้นจึงลงพื้นที่ติดตามพี่ๆทีมวงวาบูแลเพื่อหาข้อมูลและสัมภาษณ์ทีมงานอย่างใกล้ชิด

จากการสัมภาษณ์ พี่ๆในวงให้ความหมายคำว่าเร็กเก้ว่า คือการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่หรูหราอลังการ โดยจะสวมกางเกงขาบานๆ สวมเสื้อหลากสีสัน มีผ้าโพกศีรษะ และสีประจำเร็กเก้คือ แดง เหลือง เขียว

คำถามคือ ในเมื่อมีนักดนตรีเหล่านี้ปรากฏขึ้นในพื้นที่แล้ว ทำไมเวลามีงานอะไร เช่น งานกาชาดประจำจังหวัดจึงยังต้องจ้างนักดนตรีดังจากภาคกลางมาด้วย  แทนที่จะสนับสนุนนักดนตรีในพื้นที่ ดิฉันจึงได้ศึกษาเรื่องของวงวาบูแล

สะท้อนสังคมและสันติภาพผ่านบทเพลง

วงดนตรี วาบูเล อยู่ในเครือข่ายของบ้านพิราบขาวชายแดนใต้ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้สร้างผลงานเพลงผสมผสานระหว่างดนตรีสากลและดนตรีพื้นบ้านมลายู โดยประพันธ์ผลงานตามความเป็นจริงที่สะท้อนถึงสภาพสังคมในปัจจุบันของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

มีการหยิบยกเรื่องราวต่างๆที่กำลังเป็นประเด็นน่าสนใจ ตลอดจนสะท้อนถึงปัญหาทางสังคมเข้ามาใส่ในเนื้อร้อง เช่น ความไม่สงบ ยาเสพติด ปัญหาเยาวชน และเรื่องราวทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต โดยสอดแทรกหลักคุณธรรม จริยธรรมและลักษณะเพื่อสร้างสันติภาพ

มีการปลุกจิตสำนึกให้คนรักบ้านเกิด ปลุกขวัญกำลังใจให้เยาวชนที่เร่ร่อนหรือกำลังหลงผิดในเรื่องยาเสพติด ผ่านเสียงเพลงในทำนองแนวเร็กเก้ที่มีจังหวะสนุกสนานและเพลิดเพลิน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ผสมผสานทั้งภาษามลายูถิ่น ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศบ้างเล็กน้อย

เพราะความรุนแรงทำให้พวกผมประพันธ์เพลง

เฉลิมชัย โสวิรัตน์ หรือ แบลัง นักร้องนำของวง ผู้มากความสามารถด้านการประพันธ์เพลง อายุ 36 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า โดยส่วนตัวมีใจรักเสียงดนตรี รักในความเป็นเร็กเก้อยู่แล้ว จึงได้ริเริ่มก่อตั้งวงนี้ขึ้นมาเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่ 3 จังหวัดเกิดเหตุไม่สงบมาแล้ว

“ความรุนแรงทำให้พวกผมได้ประพันธ์เพลงหลายเพลงขึ้นมา เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น บทเพลงที่เกี่ยวกับการเมือง ความไม่สงบ ความรัก ยาเสพติด ตลอดจนนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวในสามจังหวัด วิถีชีวิตของวง เพื่อสะท้อนให้คนในพื้นที่อื่นได้รู้ว่า แท้จริงแล้วสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่สวยงาม"

สมาชิกในวงประกอบด้วย นายดุลรอมัน สะนิ หรือรู้จักกันในนาม “แสนดี” เป็นมือกีตาร์ นายอาลาวี บอสอซีดิก กีตาร์ไฟฟ้า นายชารีฟ แดงหนำ เล่นเบส นายดีรีมาน ยิตอซอ นักดนตรีประเภทตี อาทิ บองโก้ ทอมบ้า กลอง เป็นต้น

ส่วนนายมุกตา นาลี ผู้ถนัดด้านดนตรีพื้นบ้าน ได้แก่ กรือโต๊ะ แทมบูลิน มาราคาส นายเจ๊ะเด สะนิ พ่อของดุลรอมัน เล่นไวโอลีน

ดีใจที่ยังมีเยาวชนให้ความสำคัญ

นายดีรีมาน ยิตอซอ บอกว่า "ผมเป็นมือกลอง สามารถตีกลองพื้นบ้านทุกชนิดให้เข้ากับเพลงแนวเรกเก้มลายูได้ เพื่อที่จะได้เล่าถึงเรื่องราวความเป็นมลายูในเสียงดนตรี”

ดีรีมาน บอกอีกว่า ดีใจที่ยังมีเยาวชนให้ความสำคัญและศึกษาวิจัยเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของคนนอกห้องเรียนอย่างวงวาบูแล เพราะนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่กำลังหายไป เนื่องจากความเหลื่อมล่ำทางสังคม และความเป็นสมัยใหม่ที่คนนิยมดนตรีสากล เกาหลี จึงทำให้คนบ้านเราไม่นิยมดนตรีมลายูผสมผสานนี้

“แต่ถึงอย่างไร พวกผ วงวาบูแลก็รักในการเป็นวงดนตรีวาบูแล เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้และรู้จักภาษาดนตรีสไตล์นี้ต่อไป"

สามารถติดตามผลงานเพลงได้ในยูทูป โดยเสิร์จคำว่า "วงวาบูแล เรกเก้มลายู"