ลานเสวนา พื้นที่กลาง : (โครงสร้างความสัมพันธ์) ที่มีชีวิตชีวา

 

คำว่า “พื้นที่กลาง” หากประมวลจากคณะทำงานชุมชน แกนนำชุมชน และชาวบ้านที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ช.ช.ต. ได้ให้นิยามว่า เป็นพื้นที่ส่วนกลางของชุมชนที่ทุกคนมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน เป็นที่รวมใจ เข้าใจกัน และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ทำให้เกิดความรู้สึกเชิงบวก ภาคภูมิใจ จนนำไปสู่การยกระดับความสามัคคีในชุมชน ทุกคนรู้สึกเข้าถึงการใช้ประโยชน์ สามารถรองรับการจัดกิจกรรมได้หลากหลาย

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 ณ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี มีการจัดกิจกรรม ลานเสวนา พื้นที่กลาง : (โครงสร้างความสัมพันธ์) ที่มีชีวิตชีวา ภายใต้งาน ประชุมวิชาการระดับชาติ 2560  : ร่วมกันเดินบนเส้นทางสู่สันติชายแดนใต้ เป็นกิจกรรมเพื่อการนำเสนอประสบการณ์ การเรียนรู้ ที่เกิดจากการทำงานพัฒนาชุมชนในมิติของการพัฒนาความสัมพันธ์ของชุมชน ซึ่งมีวิทยากรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มาคนทำงานทั้งในระดับภาพรวม คือ ดร.กฤษฎา  บุญชัย หรือคนทำงานประสานงานระดับท้องถิ่น คือ บัสรี มะเซ็ง และ อับดุลเลาะ  ตาเยะ ที่สำคัญ คือ แกนนำชาวบ้าน คือ อิมรอน  สาและ คณะทำงาน ต.พ่อมิ่ง อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี ดำเนินรายการโดย อาลีฟ  เบญญานุสรณ์

สำหรับการแลกเปลี่ยนบนเวทีนั้น อิมรอน  สาและ  ประธานคณะทำงานชุมชน ซึ่งได้ทำงานร่วมกับโครงการ ช.ช.ต. ตั้งแต่ ปี 53 โดยชี้ว่าการทำงานในชุมชนนั้นจะต้องมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อการทำงานเพื่อชุมชน ที่ผ่านมาก็เรียนรู้และทำงานจิตอาสาช่วยเหลือชุมชนมาโดยตลอด

อิมรอน กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่กลาง สามารถออกมาในรูปแบบโครงการ กิจกรรมต่างๆมากมาย ไม่ว่า พื้นที่กลางเพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่กลางที่สร้างออกมาเป็นตัวกิจกรรม โครงสร้างอาคาร โดยทั้งหมดนี้ สิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดนั้นไม่ใช่ผลลัพธ์จากการทำงาน แต่เป้าหมายสูงสุด คือ ระหว่างทางการทำงานนั้นมีกระบวนการที่ทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้ เกิดกระบวนการเรียนรู้จากการ ปฎิสัมพันธ์ ถกเถียง การถอดบทเรียน การเผชิญปัญหา อุปสรรค ข้อท้าทายต่างๆ หรือ การรับผิดชอบกับผลที่เกิดจากการตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งในศาสนาอิสลามเองก็กล่าวถึง การสร้างอะไรสักอย่าง ก็ต้องสร้างด้วยความศรัทธา ดังนั้นเรื่องพื้นที่กลางเพื่อการพัฒนาชุมชนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่มีส่วนช่วยตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งภายใต้สิ่งเหล่านี้ทาง คณะทำงานชุมชนพ่อมิ่งเองได้เรียนรู้จากกระบวนการของโครงการ ช.ช.ต

สำหรับประเด็นเรื่องพื้นที่กลางในชุมชนนั้น บัสรี มะเซ็ง ผู้ประสานงานพื้นที่ ตกผลึกร่วมกับชุมชนว่า การทำงานพัฒนาชุมชนนั้น โครงสร้างคนทำงานสร้างพื้นที่กลางภายใต้งานพัฒนาชุมชนนั้น มีความพยายามที่จะทำให้เกิดการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ในระดับต่างๆ แต่ที่ผ่านมาก็มีข้อจำกัดอยู่พอสมควร ซึ่งที่ผ่านมาคณะทำงานชุมชนพยายามพิสูจน์การทำงานเพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ โดยยกตัวอย่างโครงการสร้างอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นโครงการที่ชุมชนต่างก็ร่วมมาสนับสนุนและใช้งานกันอย่างต่อเนื่อง

ยังมีตัวอย่างพื้นทีชุมชนโคกเคียนซึ่ง บัสรี ยกมาเสริมว่า มีโครงการสร้างอาคารอเนกประสงค์เช่นกัน แต่ชุมชนก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นของชุมชน เพราะต่างรู้สึกว่า เป็นของ อบต. เป็นของผู้ใหญ่บ้าน จึงไม่ได้เกิดความรู้สึกว่าเป็นของส่วนรวมของชุมชน การใช้ประโยชน์พื้นที่ก็น้อยไปด้วย ดังนั้นโครงการที่ชุมชนทำกันอยู่สิ่งสำคัญ คือ ไม่ใช่แค่เรื่องตัวโครงการ ตัวโครงสร้างอาคาร แต่เป็นเรื่องที่สามารถสร้างให้เกิดพื้นที่ความสัมพันธ์ร่วมกันของชุมชนด้วย และโครงสร้างที่ไปจัดการพื้นที่กลางนั้น บางชุมชนอาจจะเกิดขึ้นแล้ว แต่กระบวนการที่ได้มาซึ่งผลลัพธ์จากโครงการ

ขณะที่ อับดุลเลาะ ตาเย๊ะ ผู้ประสานงานพื้นที่อีกคน มองว่า กว่าจะสร้างให้เกิดพื้นที่กลางของชุมชนนั้น มีกระบวนการทำงาน เรียนรู้จากการถอดบทเรียนอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งองค์ประกอบหลักของความเป็นพื้นที่กลางในชุมชนนั้น ต้องเป็นของสาธารณะที่มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ไม่ใช่รู้สึกว่ามีความเป็นเจ้าของโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องเป็นของชาวบ้านในชุมชนจริงๆ

อับดุลเลาะฮ์ เห็นคล้ายกันว่าที่ผ่านมาการทำโครงการ ชชต. นั้น คือ การเน้นย้ำกระบวนการในการได้มาซึ่งโครงการ โดยเฉพาะกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม การตัดสินใจบนฐานข้อมูล และการวิเคราะห์บริบท ให้ความสำคัญ ให้พื้นที่กับชุมชนมากกว่ากลุ่มการเมือง กลุ่มฝักฝ่ายต่างๆในชุมชน

สำหรับแง่มุมทางวิชาการนั้น ดร.กฤษฎา  บุญชัย ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เรื่องท้องทุ่งที่เป็นพื้นที่สาธารณะให้แกะมากินหญ้า ซึ่งต่างก็ใช้ประโยชน์ของใครของมัน จึงมีการกำหนดกันว่าต้องมีการกำหนดความเป็นเจ้าของ ซึ่งต่างก็ต่างคนต่างครอบครองเป็นเจ้าของแต่ก็ล้มเหลว ดังนั้น จึงออกมาเป็นการออกข้อตกลง กรอบร่วมกัน ตรงนี้อาจจะเป็นหลักหนึ่งของพื้นที่กลาง

อย่างไรก็ดี ดร.กฤษฎา  มีข้อเสนอโดยสรุปว่า พื้นที่กลางอาจจะต้องมีการกำหนดขอบเขตสิทธิ ต้องมีกลไกการจัดการร่วมกัน ต้องมีข้อตกลงที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของชุมชน ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยหลักเช่นนี้ จำเป็นจะต้องมีโครงสร้างรองรับ เพื่อรักษากรอบของพื้นที่กลางของทุกคน อย่างไรก็ดี เรื่องสำคัญของการจัดการพื้นที่กลางนั้น คือ การสร้างความไว้วางใจ การสร้างการมีส่วนร่วม

นอกจากนี้ยังประเด็นเรื่องการศึกษา ซึ่งเมื่อกล่าวถึงการศึกษาระดับชุมชนนั้น พื้นที่กลางจะเป็นตัวช่วยยกระดับชาวบ้าน พื้นที่กลางอาจจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยการยกระดับการศึกษา การเรียนรู้ของชุมชน พื้นที่กลางจะช่วยสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันป้องกันการมีอำนาจนำ การชี้นำ จากกลไก โครงสร้างต่างๆในชุมชน เพื่อผลประโยชน์ของชุมชนอย่างแท้จริง    

กล่าวโดยสรุปแล้วพื้นที่กลางของชุมชน เป็นแนวคิดในการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันของชุมชนต่อการพัฒนา แก้ปัญหาโดยมีเป้าประโยชน์สูงสุด คือ สมาชิกทุกคนในชุมชน อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โดยอาจมีลักการสำคัญ คือ

  1. หลักการสร้างการมีส่วนร่วมจากสมาชิกในชุมชน 
  2. การตัดสินใจบนฐานข้อมูล กรอบข้อตกลง และความพร้อมรับผิดชอบร่วมกัน
  3.  ผลประโยชน์ต้องเป็นไปเพื่อชุมชนสาธารณะ

ขณะเดียวกันก็มีข้อควรตระหนัก หรือ วัฒนธรรมทางความคิดในการสร้างพื้นที่กลางในชุมชนซึ่งอาจพอสรุปได้ คือ การสร้างความไว้วางใจ การรับฟัง ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ความมีจิตอาสารเพื่อชุมชน การส่งต่อแนวคิดพื้นที่กลางต่อคนรุ่นใหม่ในชุมชน